วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

"กรณ์" สะกิดแปรรูปบินไทย

จัดทำโดย : นางสาวอารียา ภารารักษ์
เลขทะเบียน 4902100272

"กรณ์" อยากแปรรูปการบินไทย ลดภาระเงินภาษีประชาชนใช้อุ้มกิจการ ศึกษาบทเรียนสายการบินญี่ปุ่นปล่อยล้มละลาย ให้เอกชนเข้าดำเนินการ เปรยฐานเงินเดือนพนักงานสูงลิ่วเฉลี่ย 4 หมื่นบาท เทียบนกแอร์แค่หมื่นเดียว เผยกำลังพิจารณาเพิ่มทุนให้ แต่ตัดสินใจไม่ง่าย...

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยถึงกรณีที่กระทรวงคมนาคมต้องการให้กระทรวงการคลังเพิ่มทุนให้กับบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) วงเงิน 10,000 ล้านบาทว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการพิจารณาคำขอในการเพิ่มทุนให้กับการบินไทย ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะตัดสินใจในทันที เนื่องจากวงเงินค่อนข้างสูง รวมทั้งยังเป็นการสร้างภาระงบประมาณของรัฐบาลด้วย ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงต้องใช้ระยะ เวลาในการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ อย่างไร ก็ตาม ยืนยันว่าจะพิจารณาเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว เพียงแต่การบินไทยจะต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่าเมื่อเพิ่มทุนให้ไปแล้วจะเกิดประโยชน์อะไรบ้าง

นายกรณ์กล่าวว่า กระทรวงการคลังยังมีแนวคิดที่จะแปรรูปการบินไทย ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่มากกว่า 50% ให้เป็นบริษัทเอกชน เพื่อแก้ปัญหาการนำเม็ดเงินงบประมาณที่กระทรวงการคลังจะต้องเข้าไปสนับสนุนในช่วงที่ประสบกับปัญหาต่างๆ

อย่างไรก็ตาม เห็นว่าขณะนี้กระทรวงการคลังยังไม่สามารถดำเนินการตามแนวคิดดังกล่าวได้ในทันที เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมาการซื้อเครื่องบินของการบินไทยนั้นมีเงื่อนไขให้กระทรวงการคลังต้องเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้และถือหุ้นในบริษัทการบินไทย ดังนั้น หากจะดำเนินการแปรรูป การบินไทยจะต้องลดภาระหนี้เงินกู้ เพื่อปลดภาระการเป็นผู้ค้ำประกันของกระ-ทรวงการคลังก่อน และเมื่อฐานะทางการเงินของบริษัทการบินไทยดีขึ้น กระทรวงการคลังก็จะทยอยปรับลดสัดส่วนการถือหุ้นลง

"ก่อนแปรรูปการบินไทยจะต้องลดภาระหนี้ เพื่อให้กระทรวงการคลังหลุดจากการเป็นผู้ค้ำประกัน หากในอนาคตการบินไทยต้องการซื้อเครื่องบินลำใหม่ จะต้องไม่ให้คลังเข้าไปมีภาระค้ำประกันเงินกู้ให้อีก และเมื่อฐานะการเงินดีขึ้น คลังหลุดจากการเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ให้แล้ว ก็จะทยอยลดสัดส่วนถือหุ้นลง"

นายกรณ์กล่าวว่า การแปรรูปบริษัทการบินไทยจะไม่ส่งผลทำให้สหภาพ แรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทยประท้วง เนื่องจากการแปรรูปจะทำให้การบินไทยมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น มีศักยภาพในการแข่งขันกับสายการบินอื่นเพิ่มมากขึ้น "การแปรรูปการบินไทยทำให้รัฐบาลไม่ต้องนำเม็ดเงินงบประมาณเข้าไป ช่วยเหลือ เพราะถือเป็นเงินภาษีของประชาชน ซึ่งจะเห็นตัวอย่างจากการแก้ไขปัญหาของสายการบินในประเทศญี่ปุ่น ที่ปล่อยให้สายการบินล้มละลาย และให้ เอกชนเข้าไปบริหารและปรับปรุงการบริหารจัดการใหม่ จะมีการปรับลดพนักงานลง 1 ใน 3 ซึ่งเป็นการช่วยลดภาระด้านต้นทุน ทำให้สายการบินของญี่ปุ่นสามารถปรับตัวได้ดีขึ้น นอกจากนี้ เห็นว่าปัจจุบันเงินเดือนของพนักงานการบินไทยที่ เฉลี่ยอยู่ที่ 40,000 บาทต่อคนนั้น อยู่ในอัตราที่สูงมาก ขณะที่สายการบินนกแอร์นั้นอยู่ที่ 10,000 บาทต่อคน"

คำถาม :

1.กระทรวงการคลังมีแนวคิดที่จะแปรรูปการบินไทย ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ให้เป็นบริษัทเอกชน เพื่ออะไร

2.ทำไมกระทรวงการคลังยังไม่สามารถดำเนินการตามแนวคิดดังกล่าวได้ในทันที

3.การแปรรูปบริษัทการบินไทยจะส่งผลทำให้สหภาพ แรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทยหรือไม่ เพราะเหตุใด

หุ้นไทยวันนี้ มีแนวโน้ม ยืนปิดในแดนลบ

จัดทำโดย : นายสิทธิ ชลวัฒนะกุล
เลขทะเบียน 4902100322
Pic_65136
นักวิเคราะห์ คาด หุ้นไทยมีแนวโน้มปรับตัวลดลง เนื่องจากปัจจัยทั้งภายในประเทศและต่่างประเทศกดดันบรรยากาศการลงทุน แนะชะลอการลงทุน และติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง...

เมื่อวันที่ 15 ก.พ.53 นายชัย จิรเสวีนุประพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงแนวโน้มดัชนีหุ้นไทยวันเดียวกันนี้ ว่า ภาพรวมของตลาดหุ้นไทยในวันนี้มีโอกาสแกว่งตัวในทิศทางติดลบ เนื่องจากปัจจัยทั้งภายในประเทศและต่่างประเทศกดดันบรรยากาศการลงทุน ทำให้หุ้นไทยยังอยู่ในเกณฑ์ผันผวนอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มปรับตัวลดลง

สำหรับปัจจัยภายในประเทศที่กดดันตลาดหุ้นไทย คือหลังจากที่ธนาคารกลางสาธารณรัฐประชาชนจีนประกาศเพิ่มสัดส่วนการกันสำรองเงิน ฝากของธนาคารพาณิชย์อีก 0.5% เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 1 เดือน เพื่อชะลอการขยายตัวอย่างร้อนแรงของเศรษฐกิจ ทำให้ธนาคารต้องลดการให้กู้ยืมลง จนอาจส่งผลกระทบมายังธุรกิจสหรัฐอเมริกา ตลาดหุ้นสหรัฐฯและยุโรปด้วย

ด้านราคาน้ำมันดิบตลาดไนเม็กซ์ ลดลง 1.15 ดอลลาร์สหรัฐฯ ไปปิดที่ระดับ 74.13 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ทำให้หลังปิดตลาด ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 10,099.14 จุด ลดลง 45.05 จุด ราคาทองคำตลาดนิวยอร์ก ปิดที่ 1089.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ออนซ์ ลดลง 4.70 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ส่วนปัจจัยภายในประเทศที่ยังคงต้องจับตามองคือปัญหาด้านการเมืองที่เริ่มร้อนแรงขึ้นทุกที หลังเข้าใกล้วันที่ 26 ก.พ. วันตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งสังเกตุได้ชัดเจนว่าบรรยากาศไม่สู้ดีนัก อาจส่งผลให้นักลงทุนเกิดความกังวลได้

คำถาม :

1.หุ้นไทยมีแนวโน้มปรับตัวลดลง เนื่องจากอะไร

2.อะไรคือปัจจัยภายในประเทศที่กดดันตลาดหุ้นไทย ที่อาจส่งผลกระทบมายังธุรกิจสหรัฐอเมริกา ตลาดหุ้นสหรัฐฯและยุโรปด้วย

3.ปัจจัยภายในประเทศที่ยังคงต้องจับตามองคืออะไร

วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

นักลงทุนแห่ตุนทองเก็งกำไรรับตรุษจีน

จัดทำโดย : นางสาววรัญญา สุขสำราญ
เลขทะเบียน 4902100324

Pic_64614
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแข็งแกร่ง จากนักลงทุนแห่ซื้อทองคำเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในช่วงที่ตลาด ปริวรรตเงินตราผันผวนอย่างหนัก ด้านทองไทยคึกรับตรุษจีน หลังนักลงทุนแห่ซื้อทองแท่งเพื่อเก็งกำไร

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 12 ก.พ. ว่าสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย.ปิดที่ 1,094.70 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ พุ่งขึ้น 18.40 ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1,072.90-1,098.40 ดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค.ปิดที่ 15.59 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 29.00 เซนต์ และสัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้น 14.45 เซนต์ ปิดที่ 3.1335 ดอลลาร์สหรัฐต่อปอนด์

ส่วนสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย. ปิดที่ 1,519.30 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ พุ่งขึ้น 6.40 ดอลลาร์สหรัฐ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค.ปิดที่ 418.95 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 5.60 ดอลลาร์สหรัฐ

นักวิเคราะห์จากเอ็มเอฟ โกลบอลกล่าวว่า นักลงทุนเข้าซื้อสัญญาทองคำเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง เนื่องจากตลาดเงินผันผวนอย่างหนักหลังจากผู้นำชาติยุโรปไม่ได้เปิดเผยราย ละเอียดเบื้องลึกเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือกรีซที่กำลังประสบปัญหาการขาด ดุลงบประมาณ

แม้นายแฮร์มัน ฟาน รอมปุย ประธานสหภาพยุโรป (อียู) เปิดเผยว่า ผู้นำชาติยุโรปได้บรรลุข้อตกลงว่าด้วยการช่วยเหลือกรีซให้สามารถจัดการ รับมือกับวิกฤตขาดดุลงบประมาณแล้วก็ตาม

ด้านนายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า บรรยากาศการซื้อขายทองคำในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2553 คึกคักกว่าตรุษจีนปีที่ผ่านมาเล็กน้อย เนื่องจากทิศทางราคาทองคำยังมีความผันผวน ทั้งปรับขึ้นและลง ทำให้นักลงทุนมีโอกาสในการเข้ามาเก็งกำไรได้ แตกต่างจากปี 2552 ที่ราคาทองคำมีทิศทางขาขึ้นทางเดียว โดยราคาขายทองคำในวันนี้ ทองคำแท่งรับซื้อ บาทละ 17,050 บาท ขายออกบาทละ 17,150 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 16,797.28 บาท ขายออก บาทละ17,550 บาท

ส่วนสถานการณ์การซื้อทองคำเพื่อแจกเป็นอั่งเปาในช่วงเทศกาลตรุษจีน มีแนวโน้มลดลงทั้งจำนวนผู้ให้และผู้รับอั่งเปา เนื่องจากราคาทองคำปรับตัวขึ้นสูงมากเป็นประวัติการณ์ แม้ว่าราคาทองช่วงนี้จะอยู่ในช่วงขาลงก็ตาม โดยราคาทองคำในช่วงตรุษจีนปี 2553 อยู่ที่บาทละประมาณ 17,000 บาท ขณะที่ราคาทองคำในช่วงตรุษจีนปี 2552 อยู่ในระดับ 15,000 บาท

อย่างไรก็ตามบรรยากาศของร้านค้าทองคำในปีนี้ ก็ยังไม่ดีขึ้น เนื่องจากประชาชนหันมาซื้อทองคำแท่งเพื่อเก็งกำไรและลงทุนถึงร้อยละ 95 ทองรูปพรรณเพียงร้อยละ 5 ดังนั้น รายได้จากค่ากำเหน็จจึงลดลง ร้านทองต้องปรับตัว และเพิ่มบริการซื้อขายทองคำล่วงหน้าในตลาดอนุพันธุ์ รวมทั้งจะเปิดการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งขณะนี้กำลังเสนอหลักการให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณา เพราะต้องมีการควบคุมดูแลป้องกันมิจฉาชีพเข้ามาหลอกลวงประชาชน โดยร้านค้าทองคำที่จะเปิดการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตต้องมีความน่าเชื่อถือ หรือเปิดขายทองคำมาอย่างน้อย 6 ปี

คำถาม :

1.นักลงทุนเข้าซื้อสัญญาทองคำเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง เพราะอะไร

2.สถานการณ์การซื้อทองคำเพื่อแจกเป็นอั่งเปาในช่วงเทศกาลตรุษจีน เป็นอย่างไร

3.ทำไม ร้านทองต้องปรับตัว และเพิ่มบริการซื้อขายทองคำล่วงหน้าในตลาดอนุพันธุ์ รวมทั้งจะเปิดการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ต

บินไทยไฟเขียว 8หมื่นล้าน เช่าเครื่องเพิ่ม 15 ลำ

จัดทำโดย : นางสาวดารารัตน์ สุธีธเนศ
เลขทะเบียน 4902100377
Pic_63815
บอร์ดบินไทย อนุมัติ เช่าเครื่องบิน 15 ลำ มูลค่ากว่า 7-8 หมื่นล้านบาท พร้อมไฟเขียว "ประวิช" รับตำแหน่งกรรมการบอร์ดบินไทยแทน "วัลลภ" ที่ลาออก

เมื่อวันที่ 8 ก.พ. นาย อำพน กิตติอำพน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ บอร์การบินไทยว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติให้มีการปรับปรุงนโยบายการจัดทำการประกันความ เสี่ยงราคาน้ำมันอากาศยาน โดยนายปิยสวัสดิ์ อัมะระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) ทำหน้าที่เป็นประธาน พิจารณาแผนการจัดซื้อน้ำมันล่วงหน้า ให้สามารถจัดซื้อได้ไม่ต่ำกว่า 20% แต่ไม่เกิน 80% ของปริมาณการใช้เฉลี่ยต่อเดือนในรอบปีงบประมาณ วิธีการดังกล่าวจะช่วยให้ลดความเสี่ยงในการขาดทุนจากซื้อน้ำมันล่วงหน้า

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีมติเห็นชอบให้ฝ่ายบริหารลงทุน อากาศยาน โดยการจัดหาเครื่องบินใหม่ปี 2553-2557 วงเงิน 35,484 ล้านบาท โดยจัดหาเพิ่มจากที่ได้มีการสั่งซื้อไปก่อนหน้านี้ มีการส่งมอบ คือ แอร์บัส 330-300 จำนวน 5 ลำ ที่สามารถใช้งานได้ในปีนี้ และแอร์บัส เอ 380 จำนวน 6 ลำ ปี 2555-2556 ประกอบด้วย การจัดหาเครื่องบินภูมิภาค ขนาดความจุ 300 ที่นั่ง จำนวน 7 ลำ โดยวิธีการเช่า ทางการเงินวงเงินลงทุน 31,259 ล้านบาท และการจัดหาเครื่องบินข้ามทวีป ขนาดความจุ 350 ที่นั่ง จำนวน 8 ลำ โดยวิธีการเช่าดำเนินงาน เป็นระยะเวลา 10-15 ปี งบผูกพันค่าเช่าที่ 70,000-80,000 ล้านบาท คาดว่าอีก 15 ปีข้างหน้าการบินไทยจะมีเครื่องบินใหม่มาใช้งานรวม 102 ลำ โดย 70% จะเป็นเครื่องบินที่มีอายุใช้งานไม่ถึง 10 ปี จากเดิมที่มีเครื่องบินใช้งานอยู่ 88 ลำ ส่วนใหญ่จะมีอายุการใช้งานสูง 11-12 ปี

"ที่จริงได้พิจารณาว่าการจัดซื้อเครื่องบินน่าจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรแต่เนื่องจากการบินไทยเพิ่งมีการปรับโครงสร้าง ทางการเงิน และมีการเพิ่มทุน จึงไม่สมควรที่จะมีการกู้เงินหรือสร้างหนี้เพิ่มเพราะทำให้หนี้สิน ต่อทุนเพิ่ม จึงต้องพิจารณาการเช่าเครื่องบินแทน" นายอำพน กล่าว

ประธานคณะกรรมการ บริษัท การบินไทย กล่าวต่อว่า บอร์ดยังให้มีการจัดหาเครื่องยนต์อะไหล่จำนวน 2 เครื่องยนต์ สำหรับเครื่องบินภูมิภาค ในวงเงิน 922 ล้านบาท และจัดหาเครื่องยนต์อะไหล่ 3 เครื่องยนต์ สำหรับเครื่องบินข้ามทวีป วงเงินลงทุน 3,303 ล้านบาท

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบตามที่คณะกรรมการสรรหาบุคคลมาดำรงตำแหน่งแทน นายวัลลภ พุกกะณะสุต ที่ลาออกไป โดยนายสุรชัย ธารสิทธิ์พงษ์ กรรมการการบินไทย และประธานคณะกรรมการสรรหาฯได้เสนอชื่อนายประวิช รัตนเพียร มาดำรงตำแหน่งแทนนายวัลลภ ในทุกตำแหน่ง โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ. เป็นต้นไป

คำถาม :

1. สศช. คืออะไร

2.วิธีการใดจะช่วยให้ลดความเสี่ยงในการขาดทุนจากซื้อน้ำมันล่วงหน้า

3.การจัดซื้อเครื่องบินน่าจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรแต่สาเหตุใดจึงไม่สมควรที่จะมีการกู้เงินหรือสร้างหนี้เพิ่มเพราะทำให้หนี้สิน ต่อทุนเพิ่ม

ออมสินฝันหวานตั้งเป้า 3 ปีขึ้นแท่นเบอร์ 4 ของประเทศ

จัดทำโดย : นายสิทธิ ชลวัฒนะกุล
เลขทะเบียน 4902100322

Pic_64032
ธนาคารออมสินกำไรพุ่ง 1.5 หมื่นล้าน ตั้งเป้าหมายอีก 3 ปีขึ้นเป็นธนาคารยักษ์ใหญ่อันดับ 4 ของประเทศ ยันปีนี้กดเอ็นพีแอลให้เหลือต่ำกว่า 2% สั่งตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้-เงินฝากอุ้มคนจนต่อไป ไม่หวั่นดอกเบี้ยขาขึ้น..

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ในปี 2553 ธนาคารออมสินจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเท่าเดิม แม้ว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในประเทศจะอยู่ขาขึ้นในครึ่งปีหลัง เพราะในช่วงที่ผ่านมา ธนาคารออมสินมีต้นทุนดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ในระดับ 3% ซึ่งส่วนใหญ่กว่า 80% มาจากการระดมเงินฝากด้วยออกสลากออมสินพิเศษ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ หรือเอ็มแอลอาร์ อยู่ที่ 5.85% จึงทำให้ต้นทุนของธนาคารอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าธนาคารแห่งอื่น ซึ่งประเด็นนี้ ทำให้การพิจารณาขึ้นอัตราดอกเบี้ยกู้ หรือลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารมีความล่าช้ากว่าธนาคารอื่นๆ

“ส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยเงินและเงินกู้ของเราอยู่ที่ 3% แต่เมื่อหักค่ารายจ่ายด้านต่างๆ ออกไปแล้ว กำไรจะมีไม่ถึง 2% ซึ่งก็อยู่ในระดับเดียวกันธนาคารพาณิชย์เอกชน แต่สาเหตุที่ปีที่แล้ว ธนาคารออมสินมีกำไรสุทธิ 15,904 ล้านบาท เนื่องจากการขยายตัวของสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น 42.50% เมื่อเทียบกับปี51 ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลเมื่อปี 51 อยู่ที่ 3.31% ก็ปรับตัวลดลงเหลือ 2.20% แสดงให้เห็นว่า เรามีประสิทธิภาพในการบริหารงาน” ผอ.ธนาคารออมสิน กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานของธนาคารออมสินในปี 2552 ธนาคารปล่อยสินเชื่อเพิ่มสุทธิ 233,084 ล้านบาท โดยมียอดสินเชื่อคงค้าง ณ ปี 52 อยู่ที่ 781,497 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 548,413 ล้านบาท จากปี 2551 หรือเพิ่มขึ้น 42.50% โดยมีกำไรสุทธิก่อนการตรวจสอบโดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน 15,904 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 18.92% มีรายได้รวม 46,273 ล้านบาทแบ่งเป็นรายได้จากดอกเบี้ยที่ปล่อยสินเชื่อ 33,625 ล้านบาทหรือ 73% ของรายได้รวมทั้งหมด ที่เหลือ 27% เป็นรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย เช่น ค่าธรรมเนียม ผลตอบแทนการลงทุนในตลาดเงิน ตลาดทุน ตลาดตราสารหนี้ นอกจากนี้ ธนาคารยังลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลงจาก 70.78% เหลือ 65.63%

นายเลอศักดิ์ กล่าวว่า การขยายตัวของสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่เอ็นพีแอลปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ธนาคารออมสินตั้งเป้าหมายว่าในอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะขึ้นแท่นเป็นธนาคารอันดับ 4 ของประเทศ รองจากธนาคารกรุงเทพ กรุงไทย กสิกรไทย และไทยพาณิชย์ เพราะปัจจุบันธนาคารออมสินมีสินทรัพย์รวม 1,080,259 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2551 ถึง 271,600 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 33.59% จัดอันดับเป็นธนาคารอันดับ 5 ของประเทศซึ่งอยู่ในอันดับเดียวกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา

นายเลอศักดิ์ กล่าวต่อว่า เป้าหมายการปล่อยสินเชื่อในปี2553 ธนาคารออมสินเพิ่มเป้าหมายสินเชื่อให้เติบโต 10% จากปี 2552 แม้จะการขยายตัวของสินเชื่อจะน้อยกว่าปี 2552 ก็ตาม แต่มั่นใจว่าการทำกำไรก็ยังเติบโตในดับ 10% โดยมีเป้าหมายที่จะลดเอ็นพีแอลลดลงจาก 2.20% ในปี 2552 ให้ต่ำกว่า 2% ในปีนี้ แม้จะได้รับการมอบหมายจากกระทรวงการคลังให้ดูแลการแก้ไขหนี้นอกระบบก็ตาม แต่เอ็นพีแอลจากนโนบายดังกล่าว จะไม่เป็นปัญหาจนทำให้เอ็นพีแอลขยายตัวมากขึ้น เพราะลูกหนี้นอกระบบที่ธนาคารออมสินรับผิดชอบมีเพียง 330,000 ราย ในจำนวนนี้มีมูลหนี้ต่ำกว่า 50,000 บาท จำนวน 130,000 ราย และมูลหนี้เกินกว่า 50,000 บาท จำนวน 200,000 ราย

ที่มา: http://www.thairath.co.th/content/eco/64032

คำถาม :

1.ธนาคารออมสินมีต้นทุนดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ในระดับ 3% ซึ่งส่วนใหญ่กว่า 80% มาจากไร

2.สาเหตุใดทำให้ธนาคารออมสินตั้งเป้าหมายว่าในอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะขึ้นแท่นเป็นธนาคารอันดับ 4 ของประเทศ

3. เป้าหมายการปล่อยสินเชื่อในปี2553 เป็นอย่างไร

ซีพีเอ็นคาดต้นปีสรุปแผนลงทุนเปิดศูนย์การค้าต่างประเทศ จับตาจีนมาแรง ชูวิธีร่วมทุน ส่วนสาขาลาดพร้าวยังลังเลว่าจะปิดทั้งศูนย์หรือทยอยปิดทีละส่วนเพื่อรีโนเวตใหญ่ เผยสัญญาณบวกมาแล้วปีหน้าคาดเศรษฐกิจดีขึ้น
จัดทำโดย: นางสาวอารียา ภารารักษ์

เลขทะเบียน 4902100272

นายกอบชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น เปิดเผยว่า ในปีหน้าบริษัทฯคาดว่าจะสามารถเริ่มการลงทุนศูนย์การค้าในต่างประเทศได้แน่นอน หลังจากที่ได้มีการศึกษามาระยะหนึ่ง รวมทั้งที่ผ่านมาได้มีกลุ่มนักลงทุนจากต่างประเทศทั้งเจ้าของที่ดิน นักพัฒนาโครงการ และนักลงทุนเข้ามาติดต่อแล้วไม่ต่ำกว่า 10-20 ราย

โดยในกลุ่มดังกล่าวนั้น มีนักลงทุนจากประเทศอินเดียและจีนมากที่สุด และเป็นกลุ่มที่มีการเจรจากันแบบจริงจัง ประมาณ 3-4 ราย และมีแนวโน้มว่าจะลงทุนในประเทศจีนก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งคาดว่าต้นปีหน้าจะสามารถสรุปการเจรจาได้

ส่วนรูปแบบการลงทุนนั้น มีแนวโน้มที่จะเป็นการลงทุนแบบร่วมทุนกับคนท้องถิ่น จากเดิมที่เคยวางนโยบายทั้ง การเทคโอเวอร์ และการลงทุนเอง และการร่วมทุน เนื่องจากการร่วมทุนกับคนท้องถิ่นจะทำให้การลงทุนง่ายขึ้น เพราะผู้ร่วมทุนจะเข้งใช้งบลงทุนในส่วนของซีพีเอ็นไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท

การที่มีนักลงทุนต่างประเทศสนใจเรามาก เพราะเรามีประสบการณ์ และมีผลงานเป็นที่ยอมรับ รวมทั้งรางวัลต่างๆที่เราได้รับมาในระดับนานาชาตินั้น ก็เป็นเครื่องการันตีและสร้างความมั่นใจให้กับต่างชาติได้ดีในระดับหนึ่ง ที่ทำให้เขาสนใจเรา ซึ่งถือว่าเป็นตัวที่ทำให้ภาพลักษณ์เราดีขึ้นด้วยไม่ว่าจะเป็นรางวัล ******นายกอบชัยกล่าว

นายกอบชัย กล่าวต่อถึง สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าวด้วยว่า คาดว่าในต้นปีหน้าจะสามารถสรุปได้ว่า แนวทางการปรับปรุงจะเป็นอย่างไร ระหว่าง การปิดทั้งศูนย์ไปเลยทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 6 เดือนในการปรับปรุง และการปิดทีละส่วนเพื่อทยอยรีโนเวตใหญ่ แต่ต้องใช้เวลานานกว่า 2 ปีเป็นอย่างต่ำ

ทั้งนี้ในปีหน้าบริษัทฯมีแผนที่จะเพิ่มงบการตลาด 5% จากปีนี้ที่ใช้ประมาณ 600-700 ล้านบาท เนื่องจากมีศูนย์การค้าของบริษัทฯเปิดมากขึ้น อีกทั้งทำให้เราเองมีอีโคโนมีออฟสเกลมากขึ้นด้วย จึงสามารถใช้งบเพิ่มเติมได้

ล่าสุดเตรียมเปิดบริการเซ็นทรัลพลาซ่าขอนแก่นในวันที่ 3 ธันวาคมศกนี้ โดยทุ่มงบการตลาดกว่า 100 ล้านบาท ในการจัดพิธิเปิด ซึ่งโครงการนี้ลงทุนไปกว่า4,000 ล้านบาท มีพื้นที่โครงการกว่า 250,000 ตารางเมตร พื้นที่กว่า 45 ไร่ และมีร้านค้ามากกว่า 300 ร้านค้า เพื่อรองรับประชากรที่มีกำลังซื้อกว่า 1.8 ล้านคน และประชากรโดยรอบอีก 9 จังหวัดกว่า 12 ล้านคน ซึ่งขอนแก่นเป็นจังหวัดที่ประชากรมีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีเป็นอันดับที่ 1 ของภาคอีสาน และซีพีเอ็นต้องการผลักดันให้สาขานี้เป็นศูนย์กลางด้านไลฟ์สไตล์ของภาคอีสานด้วย

เราคาดว่าในปีหน้าสภาพเศรษฐกิจโดยรวมน่าจะดีขึ้นกว่าปีนี้ เพราะตอนนี้ก็มีสัญญาณบวกบ่งบอกหลายอย่างแล้ว โดยเฉพาะรายได้จากร้านค้าและของศูนย์เองในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาก็เป็นบวก โดยเฉพาะกลุ่มเสื้อผ้าแฟชั่นและอาหาร เติบโตขึ้นมาก หลังจากเคยตกไปมากถึง 30% ช่วงเดือนเมษายน ขณะที่ปริมาณคนเดินโดยรวมเฉลี่ยทุกสาขาของซีพีเอ็นเติบโต 7%

ขณะที่เซ็นทรัลเวิลด์สาขาเดียวปริมาณคนเข้าเติบโต 25% ซึ่งปีนี้คาดว่ารายได้รวมเฉลี่ยเติบโต 20% ซึ่งช่วง 9 เดือนแรกปีนี้เติบโตมากถึง 26% แล้วนายกอบชัยกล่า

คำถาม :

1.เซ็นทรัลเตรียมตัวจะเปิดสาขาใหม่ในต่างประเทศ ซึ่งเป็นประเทศใด

2.การลงทุนในต่างประเทศของเซ็นทรัลเคยวางนโยบายว่าจะลงทุนเอง ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นการลงทุนแบบใดเพื่อจะทำให้การลงทุนง่ายขึ้น

3. เซ็นทรัลได้เปิดสาขาขอนแก่น

วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ธปท.แจงเหตุเงินเฟ้อหลุดกรอบนโยบายการเงินช่วงไตรมาส 2-3

จัดทำโดย : นางสาววรัญญา สุขสำราญ

เลขทะเบียน 4902100324

ธปท. แจงเหตุ ปล่อยเงินเฟ้อพื้นฐานติดลบหลุดกรอบเป้าหมายไตรมาส 2-3 ยันยังไม่ขยับดอกเบี้ย-ใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายต่อเนื่อง ระบุไตรมาส 4 เงินเฟ้อจะยังต่ำกว่าเป้า 0.5% แต่หากรัฐฯเลิก 5 มาตรการ 6 เดือน เงินเฟ้อพื้นฐานกลับเข้าเป้าแน่นอน จ่อหารือคลังกำหนดเป้าหมายเฟ้อ 53

เมื่อวันที่ 23 พ.ย. นายอัมพร แสงมณี ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เมื่อปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ธปท.ทำหนังสือจดหมายเปิดผนึกถึงกระทรวงการคลัง ชี้แจงกรณีที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในไตรมาสที่ 2 และ 3 ที่ผ่านมา ต่ำกว่ากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ ปี 2552 ที่ครม.อนุมัติไว้ ระหว่าง 0.5-3% เพื่อชี้แจงรมว.คลัง และประชาชน ตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ธปท. โดยระบุว่า การปรับตัวลดลงมากของอัตราเงินเฟ้อในไตรมาสที่ 2 และ 3 ปีนี้ เกิดขึ้นจากการชะลอตัวลงอย่างรุนแรงของเศรษฐกิจโลก เริ่มกระทบต่อความต้องการซื้อในประเทศ การลดลงอย่ารวดเร็วของราคาน้ำมันที่กระทบให้ต้นทุนการขนส่ง และต้นทุนสินค้าลดลงรวดเร็ว และที่สำคัญคือ การใช้ 5 มาตรการ 6 เดือนของรัฐบาล โดยหากตัดผลจาก 5 มาตรการ 6 เดือนของรัฐบาลออกไป จะพบว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 1.7% ส่วนไตรมาสที่ 3 อยู่ที่ 0.6% ซึ่งยังอยู่ในกรอบเป้าหมายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ดังนั้น เมื่อเงินเฟ้อพื้นฐานที่ติดลบเป็นผลจากมาตรการชั่วคราวของรัฐบาล แนวนโยบายเงินเฟ้อของธปท.ในช่วงที่ผ่านมา จึงเน้นการใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นการขยายตัวของ เศรษฐกิจ การกระตุ้นความต้องการซื้อในประเทศ และการลงทุนใหม่มากกว่าที่จะผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อเข้าสู่เป้าหมาย

ผู้ อำนวยการฝ่ายนโยบายการเงิน ธปท. กล่าวต่อว่า หากเป็นไปตามกำหนดการเดิม รัฐบาลยกเลิก 5 มาตรการ 6 เดือน เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนในสิ้นเดือน ธ.ค.ธปท.คาดหมายว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมาย 0.5-3% ได้ในไตรมาสที่ 1 ของปีหน้า แต่หากรัฐบาลยังคงต่ออายุมาตรการต่อไปอีก 6 เดือน การกลับสู่กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อจะเลื่อนไป 1 ไตรมาส เป็นไตรมาสที่ 2 ของปีหน้า

“ในหลักการแล้ว หาก กนง. จะมีการเปลี่ยนแปลงแนวนโยบายการเงิน จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงในภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งในขณะนี้ ยังต้องติดตามต่อเนื่องว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทยจะยั่งยืนหรือไม่ ซึ่งในขณะนี้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศจี 3 เองก็ยังมีความเสี่ยง ขณะเดียวกัน จะต้องดูแรงกดดันเงินเฟ้อที่จะเกิดขึ้นในระยะต่อไปด้วย ซึ่งหากมองว่าราคาน้ำมัน และราคาสินทรัพย์ที่จะเพิ่มขึ้นแล้ว ในปีหน้ายังเพิ่มขึ้นไม่มาก แนวนโยบายการเงินในไตรมาสที่ 4 และระยะต่อไปนั้น จึงน่าจะเป็นนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อเนื่องเช่นเดียวกับนโยบายดอกเบี้ย ที่ กนง.ใช้อยู่ในปัจจุบัน”นายอัมพร กล่าว

ผู้อำนวยการสายนโยบาย การเงิน ธปท. กล่าวถึงสาเหตุที่ ธปท.ยังคงนโยบายการเงินผ่อนคลายต่อไปว่า เนื่องจากประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในไตรมาสที่ 4 ซึ่งเดือน ต.ค.ที่ผ่านมาติดลบ 0.1% นั้น ในเดือน พ.ย. และธ.ค.จะกลับมาเป็นบวกได้ แต่ยังต่ำกว่า 0.5% ซึ่งเป็นกรอบเป้าหมายด้านต่ำ ดังนั้น เมื่อมองถึงแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะต่อไปยังไม่เกิดขึ้น ทำให้การกระตุ้นเศรษฐกิจยังทำได้ต่อเนื่อง แต่ในอนาคต หากอัตราเงินเฟ้อเริ่มมีแรงกดดันที่มากขึ้น และเศรษฐกิจขยายตัวได้ต่อเนื่อง การใช้นโยบายผ่อนคลายมากๆ อาจจะไม่จำเป็นก็ได้ในระยะต่อไป

นายอัมพร กล่าวถึงกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ ของธปท.ช่วงต่อไปด้วยว่า ขณะนี้ ธปท.อยู่ระหว่างการวางกรอบเงินเฟ้อ ปี 2553 กับกระทรวงการคลัง ก่อนที่จะนำเสนอรมว.คลัง อนุมัติ และนำเสนอ ครม.พิจารณา ภายในสิ้นเดือน ธ.ค.นี้ ว่าจะยังคงเป็นไปตามกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อในปี 2552 ซึ่งอยู่ระหว่าง 0.5-3% ต่อไปหรือไม่ ทั้งนี้ โดยหลักการแล้ว กรอบนโยบายการเงินของธนาคารทุกแห่ง จะค่อนข้างนิ่ง และเป็นเป้าหมายระยะยาว เพื่อให้ประชาชนสามารถคาดการณ์แนวโน้มเงินเฟ้อในอนาคต 8 ไตรมาสข้างหน้าว่าจะอยู่ในกรอบเป้าหมาย ดังนั้น หากไม่มีสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปแปลงอย่างรุนแรง การพิจารณากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อจะเป็นการอนุมัติ
คำถาม :

1.การปรับตัวลดลงมากของอัตราเงินเฟ้อในไตรมาสที่ 2 และ 3 ปีนี้ เกิดจากอะไร

2.การชะลอตัวลงอย่างรุนแรงของเศรษฐกิจโลก มีผลกระทบต่ออะไรบ้าง

3.หากรัฐบาลยกเลิก 5 มาตรการ 6 เดือน เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนในสิ้นเดือน ธ.ค.ธปท.คาดหมายว่าอย่างไ