จัดทำโดย : นายสิทธิ ชลวัฒนะกุล

เลขทะเบียน 4902100322
ธนาคารออมสินกำไรพุ่ง 1.5 หมื่นล้าน ตั้งเป้าหมายอีก 3 ปีขึ้นเป็นธนาคารยักษ์ใหญ่อันดับ 4 ของประเทศ ยันปีนี้กดเอ็นพีแอลให้เหลือต่ำกว่า 2% สั่งตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้-เงินฝากอุ้มคนจนต่อไป ไม่หวั่นดอกเบี้ยขาขึ้น..
เมื่อวันที่ 9 ก.พ. นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ในปี 2553 ธนาคารออมสินจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเท่าเดิม แม้ว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในประเทศจะอยู่ขาขึ้นในครึ่งปีหลัง เพราะในช่วงที่ผ่านมา ธนาคารออมสินมีต้นทุนดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ในระดับ 3% ซึ่งส่วนใหญ่กว่า 80% มาจากการระดมเงินฝากด้วยออกสลากออมสินพิเศษ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ หรือเอ็มแอลอาร์ อยู่ที่ 5.85% จึงทำให้ต้นทุนของธนาคารอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าธนาคารแห่งอื่น ซึ่งประเด็นนี้ ทำให้การพิจารณาขึ้นอัตราดอกเบี้ยกู้ หรือลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารมีความล่าช้ากว่าธนาคารอื่นๆ
“ส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยเงินและเงินกู้ของเราอยู่ที่ 3% แต่เมื่อหักค่ารายจ่ายด้านต่างๆ ออกไปแล้ว กำไรจะมีไม่ถึง 2% ซึ่งก็อยู่ในระดับเดียวกันธนาคารพาณิชย์เอกชน แต่สาเหตุที่ปีที่แล้ว ธนาคารออมสินมีกำไรสุทธิ 15,904 ล้านบาท เนื่องจากการขยายตัวของสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น 42.50% เมื่อเทียบกับปี51 ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลเมื่อปี 51 อยู่ที่ 3.31% ก็ปรับตัวลดลงเหลือ 2.20% แสดงให้เห็นว่า เรามีประสิทธิภาพในการบริหารงาน” ผอ.ธนาคารออมสิน กล่าว
สำหรับผลการดำเนินงานของธนาคารออมสินในปี 2552 ธนาคารปล่อยสินเชื่อเพิ่มสุทธิ 233,084 ล้านบาท โดยมียอดสินเชื่อคงค้าง ณ ปี 52 อยู่ที่ 781,497 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 548,413 ล้านบาท จากปี 2551 หรือเพิ่มขึ้น 42.50% โดยมีกำไรสุทธิก่อนการตรวจสอบโดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน 15,904 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 18.92% มีรายได้รวม 46,273 ล้านบาทแบ่งเป็นรายได้จากดอกเบี้ยที่ปล่อยสินเชื่อ 33,625 ล้านบาทหรือ 73% ของรายได้รวมทั้งหมด ที่เหลือ 27% เป็นรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย เช่น ค่าธรรมเนียม ผลตอบแทนการลงทุนในตลาดเงิน ตลาดทุน ตลาดตราสารหนี้ นอกจากนี้ ธนาคารยังลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลงจาก 70.78% เหลือ 65.63%
นายเลอศักดิ์ กล่าวว่า การขยายตัวของสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่เอ็นพีแอลปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ธนาคารออมสินตั้งเป้าหมายว่าในอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะขึ้นแท่นเป็นธนาคารอันดับ 4 ของประเทศ รองจากธนาคารกรุงเทพ กรุงไทย กสิกรไทย และไทยพาณิชย์ เพราะปัจจุบันธนาคารออมสินมีสินทรัพย์รวม 1,080,259 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2551 ถึง 271,600 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 33.59% จัดอันดับเป็นธนาคารอันดับ 5 ของประเทศซึ่งอยู่ในอันดับเดียวกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา
นายเลอศักดิ์ กล่าวต่อว่า เป้าหมายการปล่อยสินเชื่อในปี2553 ธนาคารออมสินเพิ่มเป้าหมายสินเชื่อให้เติบโต 10% จากปี 2552 แม้จะการขยายตัวของสินเชื่อจะน้อยกว่าปี 2552 ก็ตาม แต่มั่นใจว่าการทำกำไรก็ยังเติบโตในดับ 10% โดยมีเป้าหมายที่จะลดเอ็นพีแอลลดลงจาก 2.20% ในปี 2552 ให้ต่ำกว่า 2% ในปีนี้ แม้จะได้รับการมอบหมายจากกระทรวงการคลังให้ดูแลการแก้ไขหนี้นอกระบบก็ตาม แต่เอ็นพีแอลจากนโนบายดังกล่าว จะไม่เป็นปัญหาจนทำให้เอ็นพีแอลขยายตัวมากขึ้น เพราะลูกหนี้นอกระบบที่ธนาคารออมสินรับผิดชอบมีเพียง 330,000 ราย ในจำนวนนี้มีมูลหนี้ต่ำกว่า 50,000 บาท จำนวน 130,000 ราย และมูลหนี้เกินกว่า 50,000 บาท จำนวน 200,000 ราย
เมื่อวันที่ 9 ก.พ. นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ในปี 2553 ธนาคารออมสินจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเท่าเดิม แม้ว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในประเทศจะอยู่ขาขึ้นในครึ่งปีหลัง เพราะในช่วงที่ผ่านมา ธนาคารออมสินมีต้นทุนดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ในระดับ 3% ซึ่งส่วนใหญ่กว่า 80% มาจากการระดมเงินฝากด้วยออกสลากออมสินพิเศษ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ หรือเอ็มแอลอาร์ อยู่ที่ 5.85% จึงทำให้ต้นทุนของธนาคารอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าธนาคารแห่งอื่น ซึ่งประเด็นนี้ ทำให้การพิจารณาขึ้นอัตราดอกเบี้ยกู้ หรือลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารมีความล่าช้ากว่าธนาคารอื่นๆ
“ส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยเงินและเงินกู้ของเราอยู่ที่ 3% แต่เมื่อหักค่ารายจ่ายด้านต่างๆ ออกไปแล้ว กำไรจะมีไม่ถึง 2% ซึ่งก็อยู่ในระดับเดียวกันธนาคารพาณิชย์เอกชน แต่สาเหตุที่ปีที่แล้ว ธนาคารออมสินมีกำไรสุทธิ 15,904 ล้านบาท เนื่องจากการขยายตัวของสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น 42.50% เมื่อเทียบกับปี51 ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลเมื่อปี 51 อยู่ที่ 3.31% ก็ปรับตัวลดลงเหลือ 2.20% แสดงให้เห็นว่า เรามีประสิทธิภาพในการบริหารงาน” ผอ.ธนาคารออมสิน กล่าว
สำหรับผลการดำเนินงานของธนาคารออมสินในปี 2552 ธนาคารปล่อยสินเชื่อเพิ่มสุทธิ 233,084 ล้านบาท โดยมียอดสินเชื่อคงค้าง ณ ปี 52 อยู่ที่ 781,497 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 548,413 ล้านบาท จากปี 2551 หรือเพิ่มขึ้น 42.50% โดยมีกำไรสุทธิก่อนการตรวจสอบโดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน 15,904 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 18.92% มีรายได้รวม 46,273 ล้านบาทแบ่งเป็นรายได้จากดอกเบี้ยที่ปล่อยสินเชื่อ 33,625 ล้านบาทหรือ 73% ของรายได้รวมทั้งหมด ที่เหลือ 27% เป็นรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย เช่น ค่าธรรมเนียม ผลตอบแทนการลงทุนในตลาดเงิน ตลาดทุน ตลาดตราสารหนี้ นอกจากนี้ ธนาคารยังลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลงจาก 70.78% เหลือ 65.63%
นายเลอศักดิ์ กล่าวว่า การขยายตัวของสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่เอ็นพีแอลปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ธนาคารออมสินตั้งเป้าหมายว่าในอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะขึ้นแท่นเป็นธนาคารอันดับ 4 ของประเทศ รองจากธนาคารกรุงเทพ กรุงไทย กสิกรไทย และไทยพาณิชย์ เพราะปัจจุบันธนาคารออมสินมีสินทรัพย์รวม 1,080,259 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2551 ถึง 271,600 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 33.59% จัดอันดับเป็นธนาคารอันดับ 5 ของประเทศซึ่งอยู่ในอันดับเดียวกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา
นายเลอศักดิ์ กล่าวต่อว่า เป้าหมายการปล่อยสินเชื่อในปี2553 ธนาคารออมสินเพิ่มเป้าหมายสินเชื่อให้เติบโต 10% จากปี 2552 แม้จะการขยายตัวของสินเชื่อจะน้อยกว่าปี 2552 ก็ตาม แต่มั่นใจว่าการทำกำไรก็ยังเติบโตในดับ 10% โดยมีเป้าหมายที่จะลดเอ็นพีแอลลดลงจาก 2.20% ในปี 2552 ให้ต่ำกว่า 2% ในปีนี้ แม้จะได้รับการมอบหมายจากกระทรวงการคลังให้ดูแลการแก้ไขหนี้นอกระบบก็ตาม แต่เอ็นพีแอลจากนโนบายดังกล่าว จะไม่เป็นปัญหาจนทำให้เอ็นพีแอลขยายตัวมากขึ้น เพราะลูกหนี้นอกระบบที่ธนาคารออมสินรับผิดชอบมีเพียง 330,000 ราย ในจำนวนนี้มีมูลหนี้ต่ำกว่า 50,000 บาท จำนวน 130,000 ราย และมูลหนี้เกินกว่า 50,000 บาท จำนวน 200,000 ราย
ที่มา: http://www.thairath.co.th/content/eco/64032
คำถาม :
1.ธนาคารออมสินมีต้นทุนดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ในระดับ 3% ซึ่งส่วนใหญ่กว่า 80% มาจากไร
2.สาเหตุใดทำให้ธนาคารออมสินตั้งเป้าหมายว่าในอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะขึ้นแท่นเป็นธนาคารอันดับ 4 ของประเทศ
3. เป้าหมายการปล่อยสินเชื่อในปี2553 เป็นอย่างไร
1.มาจากการระดมเงินฝากด้วยออกสลากออมสินพิเศษ
ตอบลบ2.การขยายตัวของสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่เอ็นพีแอลปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง
3.ธนาคารออมสินเพิ่มเป้าหมายสินเชื่อให้เติบโต 10% จากปี 2552 แม้จะการขยายตัวของสินเชื่อจะน้อยกว่าปี 2552 ก็ตาม แต่มั่นใจว่าการทำกำไรก็ยังเติบโตในดับ 10% โดยมีเป้าหมายที่จะลดเอ็นพีแอลลดลงจาก 2.20% ในปี 2552 ให้ต่ำกว่า 2% ในปีนี้ แม้จะได้รับการมอบหมายจากกระทรวงการคลังให้ดูแลการแก้ไขหนี้นอกระบบก็ตาม แต่เอ็นพีแอลจากนโนบายดังกล่าว จะไม่เป็นปัญหาจนทำให้เอ็นพีแอลขยายตัวมากขึ้น เพราะลูกหนี้นอกระบบที่ธนาคารออมสินรับผิดชอบมีเพียง 330,000 ราย ในจำนวนนี้มีมูลหนี้ต่ำกว่า 50,000 บาท จำนวน 130,000 ราย และมูลหนี้เกินกว่า 50,000 บาท จำนวน 200,000 ราย
น.ส. สิริพักตร์ จั่นเพชร 4902100327
1.มาจากการระดมเงินฝากด้วยออกสลากออมสินพิเศษ
ตอบลบ2.การขยายตัวของสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่เอ็นพีแอลปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง
3.ธนาคารออมสินเพิ่มเป้าหมายสินเชื่อให้เติบโต 10% จากปี 2552 แม้จะการขยายตัวของสินเชื่อจะน้อยกว่าปี 2552 ก็ตาม แต่มั่นใจว่าการทำกำไรก็ยังเติบโตในดับ 10% โดยมีเป้าหมายที่จะลดเอ็นพีแอลลดลงจาก 2.20% ในปี 2552 ให้ต่ำกว่า 2% ในปีนี้ แม้จะได้รับการมอบหมายจากกระทรวงการคลังให้ดูแลการแก้ไขหนี้นอกระบบก็ตาม แต่เอ็นพีแอลจากนโนบายดังกล่าว จะไม่เป็นปัญหาจนทำให้เอ็นพีแอลขยายตัวมากขึ้น เพราะลูกหนี้นอกระบบที่ธนาคารออมสินรับผิดชอบมีเพียง 330,000 ราย ในจำนวนนี้มีมูลหนี้ต่ำกว่า 50,000 บาท จำนวน 130,000 ราย และมูลหนี้เกินกว่า 50,000 บาท จำนวน 200,000 ราย
น.ส. ดารารัตน์ สุขแก้ว 4902100355
1.มาจากการระดมเงินฝากด้วยออกสลากออมสินพิเศษ
ตอบลบ2.การขยายตัวของสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่เอ็นพีแอลปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง
3.ธนาคารออมสินเพิ่มเป้าหมายสินเชื่อให้เติบโต 10% จากปี 2552 แม้จะการขยายตัวของสินเชื่อจะน้อยกว่าปี 2552 ก็ตาม แต่มั่นใจว่าการทำกำไรก็ยังเติบโตในดับ 10% โดยมีเป้าหมายที่จะลดเอ็นพีแอลลดลงจาก 2.20% ในปี 2552 ให้ต่ำกว่า 2% ในปีนี้ แม้จะได้รับการมอบหมายจากกระทรวงการคลังให้ดูแลการแก้ไขหนี้นอกระบบก็ตาม แต่เอ็นพีแอลจากนโนบายดังกล่าว จะไม่เป็นปัญหาจนทำให้เอ็นพีแอลขยายตัวมากขึ้น เพราะลูกหนี้นอกระบบที่ธนาคารออมสินรับผิดชอบมีเพียง 330,000 ราย ในจำนวนนี้มีมูลหนี้ต่ำกว่า 50,000 บาท จำนวน 130,000 ราย และมูลหนี้เกินกว่า 50,000 บาท จำนวน 200,000 ราย
น.ส. วรรณา ใจงาม 4902100338
1.มาจากการระดมเงินฝากด้วยออกสลากออมสินพิเศษ
ตอบลบ2.การขยายตัวของสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่เอ็นพีแอลปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง
3.ธนาคารออมสินเพิ่มเป้าหมายสินเชื่อให้เติบโต 10% จากปี 2552 แม้จะการขยายตัวของสินเชื่อจะน้อยกว่าปี 2552 ก็ตาม แต่มั่นใจว่าการทำกำไรก็ยังเติบโตในดับ 10% โดยมีเป้าหมายที่จะลดเอ็นพีแอลลดลงจาก 2.20% ในปี 2552 ให้ต่ำกว่า 2% ในปีนี้ แม้จะได้รับการมอบหมายจากกระทรวงการคลังให้ดูแลการแก้ไขหนี้นอกระบบก็ตาม แต่เอ็นพีแอลจากนโนบายดังกล่าว จะไม่เป็นปัญหาจนทำให้เอ็นพีแอลขยายตัวมากขึ้น เพราะลูกหนี้นอกระบบที่ธนาคารออมสินรับผิดชอบมีเพียง 330,000 ราย ในจำนวนนี้มีมูลหนี้ต่ำกว่า 50,000 บาท จำนวน 130,000 ราย และมูลหนี้เกินกว่า 50,000 บาท จำนวน 200,000 ราย
นางสาว รัชนีกร สุภโรจนี เลขทะเบียน 4902100016